ไทยเบฟ (ThaiBev) กินแห้วดีลควบเบียร์ไทเกอร์

Share this article.

หลังจากที่กลุ่มไทยเบฟ นำโดยเจ้าสัวเจริญ ศิริวัฒนภัคดี และลูกเขย มีความพยายามที่จะซื้อหุ้นของ F&N โดยประสพความสำเร็จไปด้วยดี สามารถร่วมกันเป็น “เสียงข้างมาก” ได้ โดยที่เริ่มแรก ThaiBev สามารถครอบครองหุ้นได้จำนวน 22% ใน F&N ซึ่งกลายเป็นหุ้นใหญ่ที่สุด โดยมีไอเนเก้น และคีริน (บริษัทผลิตเบียร์จากญี่ปุ่น) เป็นอันดับสองและสามตามลำดับ

ThaiBev losses chance to take over Tiger beer
ThaiBev losses chance to take over Tiger beer

ทั้งนี้ภายหลัง ThaiBev สามารถซื้อหุ้นเพิ่มจากรายย่อยได้อีก จึงมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 24.1%

ในขณะที่ F&N นั้นถือหุ้นอยู่ใน “เอเซียแปซิฟิคบริวเวอรรี่” (Asia Pacific Brewvery, APB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไทยเกอร์เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆอีกมากกว่า 20 แบนรด์ อยู่ 40% ซึ่งเป็นอันดับสองรองจาก “ไฮเนเก้น” ที่ถืออยู่จำนวน 42% แต่ดีลนี้ไม่ใช่แค่ ThaiBev ซื้อหุ้น F&N ในเวลาเดียวกัน ทาง “ไคเดสเพลสกร๊ป” ซึ่งบริหารโดยลูกเชยเสี่ยเจริญก็เข้าซื้อหุ้น APB จากโอซีบีซีแบงค์อีก 8.88% ดังนั้นเมื่อรวมจำนวนหุ้นในส่วนที่ F&N ถืออยู่ด้วย ทำให้ทางหกลุ่มของเจ้าสัวเจริญ ศิริวัฒนภัคดี สามารถควบคุมเสียงในการบริหาร APB ได้ถึง 48.8% ซึ่งมากที่สุด

อย่างไรก็ตามทางบริษัทแม่ของไฮเนเก้น ได้แถลงจากเนเธอแลนด์ในวันต่อมาว่า จะทำทุกวิธีทางเพื่อรักษาฐานธุรกิจตรงนี้ไว้ให้ได้ ทั้งนี้ถ้าเทียบกำลังเงินทุนแล้วไฮเนเก้นได้เปรียบ ThaiBev แน่นอน แต่มีเงินก็ใช่จะหาซื้อหุ้นได้ เพราะการไปไล่ซื้อหุ้นรายย่อยอีก 6% เพื่อให้ได้จำนวนหุ้นมากกว่า 48.8% ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เพราะถ้าไฮเนเกเนทำแบบนั้น แน่นอนว่าไทยเบฟเองก็คงต้องลงไปไล่ซื้อเช่นกัน ซึ่งไทบเบฟนั้นได้เปรียบกว่าตรงที่ว่า ถ้าได้หุ้นเพิ่มเพียง 2% ก็จะมีสัดส่วนเกิน 50% ซึ่งเป็นการปิดประตูตายไม่ให้ไฮเนเก้นมีเสียงข้างมากในการบริหารได้อีกเลย

ทางออกเดียวของไฮเนเก้นคือ “ตีท้ายครัว” ไทยเบฟ โดยการเข้าซื้อหุ้น APB ต่อจาก F&N เสียเลย ซึ่งจะเป็นการตัดหนทางที่ไทบเบพจะครอบครองกิจการ APB ไปในตัว ซึ่งดูแล้วสำหรับไฮเนเก้นก็ไม่ง่าย เพราะตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน F&N คือ ThaiBev เรื่องอะไรจะยอมขายหุ้นให้ไฮเนเก้นง่าย …

ถึงแม้ไทยเบฟจะถือหุ้นใหญ่ใน F&N แต่ถ้าดูที่มาที่ไปแล้ว เป็นการซื้อหุ้นจากธนาคารโอซีบีซีเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา และยังไม่มีการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่เข้าไปบริหารเลย กรรมการบริหารทั้งหมดยังคงเป็นกรรมการชุดเดิม ไฮเนเก้นจึงสบช่องเข้าเจรขอซื้อหุ้น APB ทั้งห,ดจาก F&N ด้วยราคาที่สูงถึง 53 เหรียญสิงคโปร์ต่อหุ้น ในขณะที่ราคาตลาดของหุ้น APB ก่อนหน้าที่ ThaiBev จะเข้าซื้อ F&N อยู่ที่ 42 เหรียญสิงคโปร์เท่านั้น ซึ่งดีลนี้ทำกำไรให้กับ F&N ถึงหุ้นละ 11 เหรียญ (เทียบกับราคาตลาดเมื่อ 1 เดือนก่อน)

ทางผู้บริหารของ F&N ได้อออกมาแถลงว่า รับข้อเสนอไฮเนเก้นในการเสนอซื้อหุ้น APB ทั้งหมด ที่ F&N ถืออยู่ในมูลค่า 4.1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์แล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการตกลงซื้อขาย และทำ tender offer.

นั้นหมายความว่า ThaiBev มีสิทธิ์สูงมากทีจะแห้ว!!! หมดโอกาสครอบครองกิจการเบียร์ไทเกอร์

 

Share this article.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *