ช้างซื้อไทเกอร์ตบหน้าไฮเนเก้น สงครามเบียร์?!?

Share this article.

ข่่าวจากหลายๆสำนัก เสนอเรื่องนี้ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ เพราะว่าดีลนี้เปป็นดีลที่บ่งบอกว่าใครเป็นเจ้าตลาดเบียร์แถบเอเซียกันแน่ ซึ่งตลาดเอเซียนี้ใหญ่ไม่ใช่เล็กๆ เพราะมียอดขายถึง 1 ใน 4 ของโลกเลยทีเดียว  มูลค้าตลาดใหญ่มากกว่า 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และเติบโตเร็วที่สุดเทียบกัยภูมิภาคอื่นของโลก

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักก่อนนะครับ ว่าตัวละครแต่ละตัวเป็นใครบ้าง เพราะชื่อบริษัทมันเยอะมาก

ตัวละครตัวใหญ่ที่สุดคงจะไม่พ้นบบริษัทเอพีบี บริษัทนี้เป็นบริษัทผลิตเบียร์ไทเกอร์ที่คนไทยรู้จักดี ทำกิจการอยู่ใน 14 ประเทศในเอเซีย นับวันไทยเกอร์ยิ่งเขย่าตลาดเบียร์เมืองไทยได้มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งประเทศอื่นๆในเอเซียด้วย เอพีบีเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไฮเนเก้นผู้ผลิตเบียร์อันดับสามของโลก กับเฟรเซอร์แอนนิฟ (เอฟแอนด์เอ็น)

ตัวละครสำคัญอีกตัวก็คือ เฟรเซอร์แอนด์นิฟ หรือเอฟแอนดฺเอ็น ทำธุรกิจหลายอย่างตั้งแต่เครื่องดื่ม,สิ่งพิมพ์ ไปจนถึงอสังหริมทรัพย์ มีความเชื่อมโยงกับเอพีบีตรงที่ ต่างก็เป็นบริษัทในเครื่องโอซีบีซีแบงค์เช่นเดียวกัน

ตัวละครตัวที่สามคือ “ไคเดสเพลส กรุ๊บ” เจ้าของไม่ใช่ใครครับ ก็ยังอยู่ในกลุ่มธุรกิจในเครื่อของเสี่ยเจริญ ผู้ดำเนินการก็คือลูกเขยของเสี่ยเจริญนั่นเอง

ดีลนี้จะบอกว่าเป็นการตีท้ายครัวไฮเนเก้นเลยก็ได้ เพราะครั้งนี้ไทยเบฟผนึกกำลังกับไคเดสเพลสร่วมกันไปเจรจากับกลุ่มดอซีบีซีอย่างลับๆ (แต่ก็ปิดกันให้แซดเลย 5555) ในตอนแรกเห็นว่ามูลค่าดีลนี้ประมาณ 1500 ล้านเหรีญสิงคโปร์เท่านั้น แต่เมื่อตกลงซื้อกันจริงๆกับมีมูลค่าถึง 2900 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 67,000 ล้านบาทไทย โดยที่ไคเดสเพลสกรุ๊ปเข้าซื้อหุ้นจากเอพีบีโดยตรงประมาณ 8% และไทยเบฟ ซื้อเอฟแอนด์เอ็น 22%

การซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นในครั้งนี้ทำให้ไทยเบฟกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด เพราะก่อนหน้านี้สองปี บริษัทผลิตเบียร์คีริน(Kirin) ของญ๊่ปุ้นได้เข้ามาซื้อหุ้นจากเอฟแอนด์เอ็นไปแล้วจำนวนประมาณ 14% และขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งถูกแซงโดยไทยเบฟในดีลนี้

ดีลนี้ยังส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงไฮเนเก้น เพราะเดิมที่ไฮเนเก้นถือหุ้นใหญ่ในเอพีบี คือมีสัดส่วนอยู่ที่ 42% ในขณะที่เอฟแอนด์เอ็นถือหุ้นในสัดส่วน 40% ก็ถือว่ามีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่เนื่องจากคุณลูกเขยของเสี่ยเจริญก็แอบซื้อหุ้นเอพีบีโดยตรงถึง 8.88% ทำให้สัดส่วนของหุ้นที่รวมกับ F&N จะเท่ากับ 48.8% ก็เกือบจะได้ครึ่งหนึ่งแล้วครับ ที่สำคัญก็คือมากกว่าไฮเนเก้นไปแล้ว

งานนี้เสี่ยเจริญไม่ได้กินหมูแน่ๆครับ เพราะว่าไฮเนเก้นได้เปิดแถลงข่าวตรงมาจากเนเธอแลนด์ ระบุว่าจะซื้อหุ้นเอพีบีจากเอฟแอนด์เอ็น เพื่อจะครองความเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไทยเกอร์ต่อไปให้ได้ .. ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะแม้ว่าไทยเบฟจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเอเอฟเอ็น มีเสียงโหวตมากที่สุดที่จะบอกว่าไม่ยอมขายแล้วก้ตาม แต่อย่าลืมตัวละครลับอีกตัว นั่นคือ “คิริน” บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ด้วยสนนราคาที่ไฮเนเก้นเสนอให้ที่ 50 เหรียญสิงคโปร์ต่อหุ้น มันเป็นราคาพรีเมียมที่สูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันถึง 20% อะไรก็เกิดขึ้นได้

Share this article.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *