Quotes เท่ห์ๆ Billie Joe Armstrong Green day (ตอนที่ 1)

Bille Joe Armstrong --Green day

Bille Joe Armstrong –Green day

วันนี้จะเป็นตอนแรก ที่จะนำเสนอ Quotes ของ Billie Joe Armstrong นักร้องนำแห่งวงกรีนเดย์ (Green day) ส่วนตอนต่อๆไปก็จะนำมาลงอีกที่เมื่อเวลาเอื้ออำนวย คงมีประมาณสักสามตอน ถึงแม้บิลลี่ จะมี Quotes มากมายที่คนจดจำ แต่ที่น่าสนใจและเรียนรู้ ในเชิงของภาษาอังกฤษ (เพราะ Blog นี้เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ) ก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด

ที่ผมอยากจะนำเสนอ Quote ของ Billy ก็เพราะว่า เขามีมุมมองที่แปลก ดูกวนๆ แต่มันทำให้เราได้ฉุกคิดบางสิ่งบางอย่าง ทำให้ได้คิดว่าบางที่การที่เราเชื่อต่อๆกันมา ฟังต่อๆกันมาตามบริบทของสังคม มันอาจจะไม่ใช่เรื่องถูกทั้งหมด บางครั้งสิ่งที่คนๆหนึ่งพูดเพียงคนเดียว ซึ่งคัดค้านความเชื่อของคนมากมายอาจะถูกต้อง อย่างกาลิเลโอเคยเป็นชาวโลกเพียงผู้เดียวในยุคนั้น ที่กล้ายืนยันว่าโลกกลม ใครๆก็ว่าบ้า ..แล้วก็มารูัที่หลังว่าเขาไม่ได้บ้าสักหน่อย คนส่วนใหญ่ต่างหากทีความเชื่อที่ผิด ๆ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

Quote 1:
Punk as always been about doing things your own ways. what it represent for me is ultimate freedom and sense of individual
พังค์ เป็นอะไรที่เกี่ยวกับการทำอะไรมรแบบของคุณเองอยู่เสมอ สำหรับผมมันบ่งบอกความเป้นอิสระอย่างที่สุด และให้ความรู้สึกถึงความเป็นตัวของตัวเอง

คำศัพท์ที่น่าสนใจของ Quote นี้ได้แก่
– Punk หมายถึงแนวดนตรีประเภทหนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจาก Alternative rock และอีกความหมายนึงก็ยังหมายถึงกลุมบุคคลที่นิยมดนตรีพังค์ หรือกลุ่มบุคคลที่ชื่่นชอบวัฒนธรรม(เช่นการแต่งการ)ของพังค์

Quote 2:
Punk is not just a sound, then music. It’s a lifestyle
พังค์ไม่ใช่แค่แนวเพลงหรือแนวดนตรี แต่มันคือไลฟ์สไตล์
ประโยคดังกล่าวนี้ สามารถใช่ยืนยันความหมายของพังค์จาก Quote 1 ได้เป็นอย่างดี ว่า นอกจากมันจะหมายถึงดนตรีพังค์แล้ว ยังหมายถึงบุคคลที่นิยมชมชอบพังค์และการใช้ชีวิตแบบพังค์อีกด้วย

Quote 3:
School practice for future life, practice makes perfect, and nobody’s perfect, so why practice?

Quote นี้เป็นการเล่นคำ ถ้าจะแปลกันตรงๆ มันก็ไม่น่าจะเข้าใจถึง bottom line ของมัน ในนี้พูดถึง 2 ประโยคที่คนเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้น คือ practice make perfect (การฝึกซ้อมทำให้สมบูรณ์แบบ) กับ Nobody’s perfect (ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทั้งหมดหรอก) จะเป็นว่าสองประโยคนี้มันขัดแย้งกัน (ภาษาอังกฤษเรียกว่ามัน contradiction) บิลลี่จึงต่อประโยคที่ 3 ว่า “แล้วจะฝึกฝนกันไปทำไม(วะ)” คือมันก็เป็นประโยคกวนๆนะครับ อย่าไปเอาจริงเอาจังอะไรมาก

รวมๆแล้วคือ โรงเรียนทำหน้าที่สอน(ฝึก), การฝึกฝนทำให้คนสมบูรณ์แบบ, แต่โลกนี้ก็ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ, และจะฝึกฝนกันไปทำไม!!

ผมต้องรีบไปทำงานล่ะ ขอลงไว้แค่สาม Quotes ก่อน แล้ว พบกันใหม่ตอนหน้าครับ …สวัสดี

ป.ล. Quote อ่านว่า “โควต” นะครับ แต่ไม่รู้ทำไมเราชอบอ่านว่า “โค๊ท” กันนัก มันใกล้เคียงกัน แต่จริงๆมันต้องมีเสียง ว. สักนิดหนึ่ง นิดเดียวเท่านั้น ถ้าออกเยอะก็ไม่ใช่อีก คือออกเสียงว่า “โค๊ท” นั่นแหละ แต่ทำปากจู๋หน่อยหนึ่ง จะได้เสียงที่ถูกต้องครับ แต่ถ้าออกเสียงควบกล้ำเต็มๆแบบคำว่า “ควีน” ก็จะไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องครับ

, , , , , , , ,