สำนวน Make (both) ends meet -ชักหน้าให้ถึงหลัง

Make ends meet for Thai farmer using this credit card (บัตรเครดิตชาวนา)

บัตรเครดิตชาวนาจะช่วยชาวนาไทย Make ends meet หรือไม่?

วันนีไปอ่านข่าวจากเวบหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง มีการโจมตีเรื่องบัตรเครดิตชาวนา ที่จริงผมพยายามเลี่ยงการเขียนเรื่องการเมือง เพราะมันเป็นเรื่องที่ทำให้คนเห็นไม่ตรงกันขัดแย้งกันโดยไม่จำเป็น แต่บังเอิญว่าข้อเขียนเหล่านั้นมันดูถูกคนไทยด้วยกัน ทั้งๆที่คนเขียนมันก็คนไทย และสิ่งที่เขาดูถูกนั้นมันไม่ใช่ความชั่ว ความเลว หรือความด้อยความสามารถอะไร แต่เป็นการดูถูก “ความจน” อ่านแล้วก็เลยโมโห คนชั้นกลางพูดอยู่ได้ว่า คนจนกู้เงินไปก็เอาไปซื้อมือถือ ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ พูดกันเป็นแผ่นเสียงตกร่อง เหมือนว่าเป็นความผิดเลวร้าย แล้วคนซื้อมอเตอร์ไซค์กับมือถือมันเป็นคนเลวหรือไงนะ คือคนจนก็ต้องส่งลูกไปโรงเรียนตอนเช้าเหมือนกัน โทรศัพท์บ้านก็เข้าไม่ถึงก็ต้องซื้อมถือถือบ้างซึ่งมันคงไม่กี่ตังค์หรอก จะไปค่อนแคะ กระแนะกระแหนเขาทำไม  ตอนนี้รัฐบาลก็เลยบอก เอาไหม่ ไม่ให้เงินแล้ว เอาบัตรเครดิตไปแทน จะได้ไม่มีใครด่าว่าเอาไปซื้อรถเครื่อง ซื้อมือถือให้วุ่นวาย เพราะบัตรเครดิตมันซื้อได้แต่ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง แล้วก็พวกจอมเสียม เท่านั้น ซื้อน้ำมันให้คูโบต้ายังไม่ได้ นับว่ามันเป็นนวัตรกรรมที่ป้องกันคนจนเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด(ก็ดูถูกคนจนอยู่ดีนะ) แต่ก็ยังเห็นคนก็ด่ากันอยู่ได้ คนรวยหรือคนจนก็คนไทยเเหมือนกัน ช่วยเหลือกันไปเถอะครับ ไม่ได้ไปไหนหรอก กินดีอยู่ดีมันก็ดีต่อเศรษกิจของประเทศ ได้ดีไปด้วยกัน รักไกันไว้ อย่าให้ใครมาด่าว่า “ไอ้ไทย” มันเจ็บนะ

พอนึกสภาพความยากจนของขาวนาไทย ผมก็นึกสำนวนภาษาอังกฤษขึ้นมาได้สำนวนหนึ่งนั่นคือ “make ends meet” บางทีก็ใช้ว่า “make both ends meet” ลองมาดูตัวอย่างการใช้งานกันครับ

– As a salary man, it’s not easy to me to make end meet every months (ในฐานะที่เป็นมนุษย์เงินเดือน มันไม่ง่ายเลยที่จะชักหน้าให้ถึงหลัง)

– Almost all of Thai farmers cannot make both ends meet. (ชาวนาไทยเกือบจะทั้งหมดไม่สามารถชักหน้าให้ถึงหลัง)

จากตัวอย่างของประโยคนี้ คงพอเดากันได้ว่าคำว่า “make (both) ends meet” ก็คือชักหน้าให้ถึงหลัง และ “can not make (both) ends meet” ก็แปลว่าขักหน้าไม่ถึงหลังนั่นเอง

จริงๆแล้ว ความหมายของ make both ends meet มันจะหมายความแค่พอดี เหมือนกับเดือนชนเดือนในภาษาไทย ไม่ได้มีแบบเหลือเฟือนะครับ ถ้าผมพูดว่า I can made ends meet throughout 12 months of last year มันจะหมายความว่า ฉันสามารถอยู่แบบเดือนชนเดือนได้ตลอดปีที่แล้วเลยนะ ไม่ได้แปลว่าผมมีเงินเหลือเก็บครับ

คนรวยกู้เงินทำธุรกิจได้ แต่คนจนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ไม่ได้ เป็นโอกาสที่มันไม่เท่าเทียมกัน คนจนก็ต้องทำธุรกิจเหมือนกัน เพียงแต่ทำในแบบของคนจน ขายหมูปิ้ง ทำนาทำไร่ ขับแท๊กซี่ ซึ่งบางทีก็ต้องการเงินหมุนเวียนเหมือนกัน และการที่จะปล่อยให้เขาไปกู้เงินนอกระบบ พวกเขาก็ต้องเผลิยกับดอกเบี้ยมหาโหด และการทวงหนี้แบบไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะปล่อยพวกเขาไว้แบบนี้หรือครับ

คนเมืองเองก็เป็นหนี้ไม่น้อยนะครับบางคนพกบัตรเครดิตสี่ห้าใบ แต่เต็มมันทุกใบ คือตอนแรกๆก็ไม่เต็ม แต่พอไม่พอจ่ายขั้นต่ำก็ไปกดเงินสดของบัตรอีกใบมาจ่าย นานๆไปก็ต้องหมุนเวียนกดกันอยู่อย่างนั้น มีกี่ใบเอามากดให้หมด พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า “Robbing perter to pay Paul” ครับ ไม่รู้ในภาษาไทยจะใช้คำว่าอะไร แต่มันก็คือการที่ต้องยืมจากคนหนึ่งไปจ่ายอีกคนหนึ่ง หรือกดจากบัตรเครดิตใบหนึ่งไปจ่ายอีกใบหนึ่งนั่นแหละครับ

ไหนๆก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องหนี้สินกันแล้ว ขอต่ออีกสักสำนวนหนึ่งนะครับ “I’m broke” อันนี้ใช่เวลาที่คุณต้องการจะบอกใครสักคนว่า …กรูถึงแตกแล้วโว้ยยยยยยยยยย

แล้วพบกันใหม่..สวัสดีครับ

, , , , , , , ,