สำนวนอเมริกันที่เกี่ยวกับ “เงินๆทองๆ”

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ ใช้เงินไปกับสงครามมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ แต่พี่แกก็ไม่เสียดายอะไรนักหรอก เพราะการเผาเงินดอลลาห์ทิ้งมันก็แค่ทำให้สภาพคล่อง (liquidity) ของเงินดอลลาห์สหรัฐมันหายไปจากโลกบางส่วน ทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งขึ้นบ้างเล็กน้อย พอแข็งขึ้น สหรัฐก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ไปเอากระดาษเปล่ามาพิมพ์ภาพอดีตประธาณีธิบดีลงไป ก็สามารถเรียกมันว่าเงิน ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย และสภาพคล่องก็จะกลับมาเป็นปกติ ไม่มีใครว่าอะไรสหรัฐ เพราะใครๆ ก็อยากให้ค่าเงินดอลลาห์สหรัฐมีเสถียรภาพกันทั้งนั้น เนื่องจากมันถูกใช้เป็นเงินสกุลหลัก และเกือบทุกประเทศในโลกก็ซื้อบอนด์สกุลสหรัฐมาเก็บไว้ทั้งนั้น

bank notes and coins

ธนบัตรและเหรียญที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา

ถ้าพูดถึงเรื่อง เงินๆ อเมริกาจะมีแสลงที่เกี่ยวกับเงินอยู่เยอะมาก ผู้อ่านหลายคนคงจะเคยพบเห็นมาบ้างตามภาพยนต์และตามซีรีย์ต่าง ๆ จริงๆ แล้วมันมีมากจนไม่รู้จะจำไปทำไม จำแค่ที่ใช้บ่อย ๆ ก็พอ เวลาเราไปได้ยินที่ไหนจะได้รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร เริ่มกันเลยครับ

Buck จะหมายถึง 1 ดอลล่าห์สหรัฐครับ ผมเคยถาม Mr.Jeb เพื่อนที่เป็นคนอเมริกัน ว่าทำไมต้องเรียก 1 dollar ว่า a buck เขาตอบว่าเขาไม่รู้ แต่เดาว่าเป็นเพราะว่าแบงค์ 1 ดอลลาห์มันมีสีเขียวกระมัง ถ้าคุณเดินไปมุมตึกแล้วมีคนเดินมาข้างหลัง พร้อมทังพูดว่า Bro, could you please give me hundred bucks, แปลว่ากำลังถูกปล้นละครับ เขากำลังขอเงิน 100 เหรียญ

Grand จะหมายถึง 1,000 เหรียญครับ จะมีความหมายเหมือน K และไทยเราก็นิยมใช้ K เหมือนกัน เช่น 100K หมายถึง 1 แสน และ 100 grands ก็หมายถึง 1 แสน เช่นเดียวกัน

ทั้ง Buck และ Grand จะใช้เฉพาะกับสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐ ถ้าเรามี 1 แสนหยวน ก็ควรใช้ 100K แทน ไม่ใช่ 100 Grand นะครับ

ถ้าพูดถึงเงินเฉย ๆ (เงินดอลลาห์) โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงิน ยังมีอีกหลายคำ เช่น Cold cash, Hard cash ซึ่งหมายถึงเงินสด คำอื่นๆ ที่หมายถึงเงินสดก็เช่น clams, smackers, greenbacks

มาดูธนบัตรกันบ้าง บางทีคนอเมริกันก็เรียกธนบัตร (bank note) ว่า “the dead presidents” เพราะว่าคนบนแบงค์ของสหรัฐล้วนแต่เป็นประธาณาธิบดีที่ตายแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับแบงค์ที่เป็น 100$ จะมีชื่อเล่นเฉพาะตัวว่า Benjamins (เบนจามิน) เนื่องจากว่ามีรูปเบนจามิน แฟรงคลิน อยู่บนแบงค์ชนิด 100$ นั่นเอง

บ้านเราเรียกแบงค์เล็ก ๆ ว่าแบงค์ปลีก ทางอเมริกันเขาใช้คำว่า “fiver” หรือบางทีก็เรียก “fin” สำหรับแบงค์ 5$ และ ใช้คำว่า sawback สำหรับแบงค์ 10$

ถ้าเป็นเหรียญขนาด 5 cents และ 10 cents จะเรียกว่า Nickels และ Dimes ตามลำดับ เหรียญ 5 cents บางทีก็เรียก half-dime คำว่า dimes มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศษมีความหมายว่า 1/10 สำหรับเหรียญ 5 cents มันผลิตจาก Nickel โดยมี Nickel ผสมอยู่ถึง 75% จึงเรียกมันว่า Nickels โดยอัตราส่วนผสมก็ต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย

คำว่า Nickels and Dimes นี้ ก็ยังใช้เป็นแสลงที่หมายถึง สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวอย่างเช่นถ้าเพื่อนติดเงินเราสัก 5 หมื่น แล้วเขาใช้คืนทีละหนึ่งพันสองพัน เราจะไม่ชอบใจเพราะมันเป็น “เบี้ยหัวแตก” อเมริกันเขาจะใช้ว่า “Dont nickel and dime me!”

นอกจากนี้ถ้าเราได้ยินคำว่า “Two bits” อันนี้มันหมายถึง 25 cents นะครับ ไม่ใช่ Two cents แต่มีคนสับสนกับสองคำนี้มาก แล้วทั้งสองคำนี้ ยังใช้เป็นแสลงในความหมายอื่นได้อีกนะครับ

Two bits เป็นแสลงที่ใช้เรียกสิ่งของที่ถูกๆ หรือ คุณภาพต่ำๆ หรือไม่ค่อยมีคลาส บ้านเราคงเทียบได้กับคำว่า “กระจอก” ครับ เช่น I don’t want any two bits actor in this play “ผมไม่ต้องการใช้นักแสดงคุณภาพต่ำในการแสดงครั้งนี้”

Two cents เป็นแสงที่ใช้แทน “ความเห็น” เช่น You’d better keep your two cents to yourself หมายความว่า “คุณเก็บความเห็นของคุณไว้จะดีกว่า”

วันนี้คุณได้เรียนู้สำนวนเกี่ยวกับเงินๆทองๅไปหลายคำ ถือเสียว่าเป็นตอนต่อจากของเมื่อวานนี้เรื่อง “make ends meet” ลืมกันไปหรือยังครีบว่าแปลว่าอะไร

พบกันใหม่ตอนหน้า
สวัสดีครับ

, , , , , , , , , , , , , , , ,